โลโก้เว็บไซต์ นักศึกษา มทร.ล้านนา ลำปาง พัฒนาเครื่องผลิตกระดาษกันกระแทกจากกระดาษรีไซเคิล จากโจทย์สถานประกอบการ สู่โครงงานวิศวกรรม | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง

นักศึกษา มทร.ล้านนา ลำปาง พัฒนาเครื่องผลิตกระดาษกันกระแทกจากกระดาษรีไซเคิล จากโจทย์สถานประกอบการ สู่โครงงานวิศวกรรม

เผยแพร่เมื่อ : จันทร์ 19 ตุลาคม 2569 โดย จารุวรรณ สุยะ จำนวนผู้เข้าชม 75 คน

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ ผู้อ่านสามารถให้คะแนนบทความได้จากปุ่มข้างใต้

          นักศึกษาสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-วิศวกรรมการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง (มทร.ล้านนา ลำปาง) ออกแบบและสร้างเครื่องผลิตกระดาษกันกระแทกจากกระดาษรีไซเคิล โดยมีจุดเริ่มต้นจากการศึกษาดูงานในสถานประกอบการ ก่อนพัฒนาเครื่องต้นแบบและทดสอบการทำงาน พร้อมเตรียมส่งต่อผลงานให้บริษัท บังอร รีไซคลิ่ง กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในสถานประกอบการ สะท้อนการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติและการนำโจทย์จากภาคธุรกิจมาต่อยอดเป็นผลงานทางวิศวกรรม
         นายภานุพงษ์ ก๋าจู นักศึกษาสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-วิศวกรรมการผลิต เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงงานมาจากการเข้าศึกษาดูงานที่บริษัท บังอร รีไซคลิ่ง กรุ๊ป จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการรับซื้อและรวบรวมวัสดุรีไซเคิล เศษวัสดุ และของเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ จากการลงพื้นที่พบว่า เศษกระดาษลังส่วนใหญ่ผ่านกระบวนการคัดแยกและรวบรวมเพื่อจำหน่ายต่อไปยังโรงงานแปรรูปในฐานะวัตถุดิบขั้นต้น จึงเกิดการหารือระหว่างสถานประกอบการ หลักสูตร และนักศึกษา เพื่อหาแนวทางเพิ่มมูลค่าให้กับกล่องกระดาษลังและกระดาษแข็งที่มีอยู่ในบริษัท ด้วยการพัฒนาเป็นกระดาษกันกระแทกสำหรับใช้ห่อหุ้มสิ่งของ
       เครื่องต้นแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยลูกกลิ้งใบมีดฟันตรง มอเตอร์ไฟฟ้า แผ่นเพลท และโครงสร้างเครื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบ สร้าง และศึกษาสมรรถนะของเครื่องผลิตกระดาษกันกระแทก จากการทดลองพบว่า เครื่องสามารถผลิตกระดาษกันกระแทกจากกระดาษ A4 และกระดาษลังชนิด 1–3 ลอนได้ โดยกระดาษกันกระแทกจากกระดาษ A4 มีขนาดเฉลี่ยกว้าง 21 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร ส่วนกระดาษกันกระแทกจากกระดาษลังมีขนาดเฉลี่ยกว้าง 30 เซนติเมตร ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร
       นอกจากนี้ โครงงานยังมีการทดสอบการดูดซับแรงกระแทก โดยปล่อยกล่องบรรจุแก้วน้ำใสที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษกันกระแทกจากระดับความสูง 0.6, 0.7 และ 1.0 เมตร ทำซ้ำระดับละ 3 รอบ ผลการทดสอบพบว่า ชิ้นงานทดสอบทุกชิ้นยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ขณะที่การทดสอบเปรียบเทียบการตกกระแทกระหว่างกระดาษกันกระแทกจากโครงงานกับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในท้องตลาด พบว่าชิ้นงานที่ใช้กระดาษกันกระแทกจากโครงงานแตกละเอียดที่ระดับความสูง 300 เซนติเมตร เทียบกับ 250 เซนติเมตร สำหรับผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด ส่วนการทดสอบดึงขยายกระดาษขนาด 30 × 50 เซนติเมตร พบว่ากระดาษกันกระแทกจากโครงงานยืดขยายได้สูงสุด 70 เซนติเมตร ขณะที่ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดยืดขยายได้สูงสุด 60 เซนติเมตร ทั้งนี้ ผลการทดลองเป็นข้อมูลจากเงื่อนไขการทดสอบของโครงงาน และใช้ประกอบการศึกษาสมรรถนะของเครื่องต้นแบบ
       โครงงานดังกล่าวจัดทำโดยนายภานุพงษ์ ก๋าจู นายนนทวัฒน์ อันพิมพ์ และนายภานุวัฒน์ ศิริพล นักศึกษาสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-วิศวกรรมการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พงศกร สุรินทร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สำหรับขั้นตอนต่อไปมีแผนส่งต่อผลงานให้บริษัท บังอร รีไซคลิ่ง กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในสถานประกอบการ นับเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงการเรียนรู้จากโครงงานวิศวกรรมกับโจทย์ของภาคธุรกิจ และต่อยอดองค์ความรู้จากห้องเรียนไปสู่การใช้ประโยชน์ในบริบทการทำงานจริง
       ข่าว/ภาพ : จารุวรรณ  สุยะ
       ที่มาของข่าว : ภานุพงษ์ ก๋าจู







ออกแบบและพัฒนาโดย สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

Facebook Messenger icon